|
Cottazilk
ผ้าไหมไทยสายพันธุ์ใหม่โดยภูมิปัญญาไทย
ที่มาของผ้าไหมไทยสายพันธุ์ใหม่
Cottazilk
บริษัทธนูลักษณ์
จำกัด
มหาชน
ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่อสหพัฒน์ฯซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทฯ
ที่มีความชำนาญ
ในการจำหน่ายและผลิตสินค้าทั้งอุปโภคบริโภคกว่า
50
ปี
โดยบริษัทธนูลักษณ์ฯ
มีความชำนาญในการผลิตสินค้าเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายมากว่า
30
ปี
เป็นผู้ริเริ่มการสร้าง
นวัตกรรม
ผ้าไหมไทยสายพันธุ์ใหม่
Cottazilk
โดยใช้เวลา
กว่า
5
ปี
ในการค้นคว้า
ศึกษา
คุณสมบัติต่างๆของเส้นไหม
ไทยและเส้นด้ายอื่นๆ
เช่น
เส้นด้ายฝ้ายเป็นต้นเราได้นำ
เส้นไหมไทยที่มีความเงางาม
ผ่านขบวนการเตรียมเส้นไหมก่อนเข้าสู่ขบวนการ
การปั่นควบ
หรือตีเกลียวร่วมกับเส้นใยอื่นๆแล้วนำไป
ถัก
ทอ
เป็นผ้าผืนที่มีความแข็งแรง
จากนั้น
เข้าสู่ขบวนการตกแต่งผ้าเพื่อให้เกิดความสวยงาม
นุ่มสบาย
ไม่หด
ดูแลรักษาง่าย
จากนั้นจึงนำผ้าที่ได้ไปทำการตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าเครื่องนุ่มห่มที่สวยงามและแตกต่าง
จากเสื้อผ้าอื่นทั่วๆไป

แรงบันดาลใจ
อันเนื่องมาจากผู้บริหารของบริษัทธนูลักษณ์ฯต้องการที่จะสนองตามแนวพระราชดำริของ
องค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถที่ทรงส่งเสริมอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม
เพื่อเป็นการสืบสานไหมไทยให้คงอยู่คู่ประเทศไทยและสร้างรายได้ให้กับกลุ่มเกษตรกร
และจากการที่รัฐบาลเปิดตลาดการค้าเสรีนั้นสร้างการแข่งขันกับสินค้าที่นำเข้าจาก
ต่างประเทศเป็นอย่างสูงจึงต้องเร่งปรับตัวรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงโดยสร้างนวัตกรรม
ขึ้นมา
นอกจากนี้แล้ว
จากคุณสมบัติของการใช้ผ้าไหมไทยที่จำกัดอยู่ในกลุ่มลูกค้าที่สูงอายุใช้ได้เฉพาะ
งานพิธีสำคัญๆแล้วต้องทำการส่งซักแห้งทุกครั้ง
ทำให้ตลาดผ้าไหมไม่สามารถขยายเข้าสู่คน
รุ่นใหม่ได้ทำให้เป็นที่มาของผ้าไหมไทยสายพันธุ์ใหม่
ดังนั้นแนวนโยบายของผู้บริหารของบริษัทฯ
จึงต้องการที่จะสนองตามแนวพระราชดำริขององค์สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ
เพื่อสร้างรายได้ให้ครอบครัวเกษตรกรผู้ทำการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม
มีรายได้มากขึ้นนั้นเอง
รูปแบบการพัฒนารากหญ้าสู่อุตสาหกรรม
ด้วยเหตุนี้ในปีพ.ศ.
2544
เป็นต้นมา
ทางบริษัทธนูลักษณ์ฯจึงเข้าไปส่งเสริม
และสนับสนุนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม
ณ.
หมู่บ้านโนนงาม
ตำบลห้วยเตย
กิ่งอำเภอกุดรัง
จังหวัดมหาสารคามจำนวนกว่า
300
ครอบครัว
ซึ่งเดิมมีอาชีพทำนา
ทำไร่เป็นอาชีพหลัก
และปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเป็นอาชีพเสริม
จนในปี
2537-2543
ได้รับการสนับสนุนเงินทุน
จากกลุ่มประชาติยุโรป(
EU
)
ในการพัฒนาการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมไทย
และสาวไหมอย่างเป็นระบบ
ให้มีคุณภาพที่แตกต่างจากการสาวไหมตามที่ต่างๆ
โดยได้เส้นไหมที่มีความสม่ำเสมอมากขึ้น
มีการคัดแยกเกรดเส้นไหมสามารถสาวเส้นไหมได้ในปริมาณที่ที่มากโดยใช้เครื่องสาว
ไหมกึ่งอัตโนมัติเป็นการทำงาน
โดยระบบพัฒนาชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืนตั้งแต่ระดับรากหญ้าอย่างแท้จริง
 |
 |
| |
|
การที่บริษัทฯเข้าไปส่งเสริมนั้นเริ่มตั้งแต่การกำหนดสายพันธ์ไหมไทยลูกผสม
(
พันธ์ไทย
กับพันธ์จีน/พันธ์ญี่ปุ่น)ของกรมส่งเสริมการเกษตรซึ่งไหมไทยพันธ์ดังกล่าวมี
คุณสมบัติพิเศษคือ
รังไหมมีสีเหลือง
ขนาดรังใหญ่ให้ผลผลิตเส้นไหมกว่า
1,000
เมตรต่อรัง
ทนทานต่อ
สภาพแวดล้อมในการเลี้ยงได้ดี
พันธุ์ไหมไทยนี้ควรอนุรักษ์ไว้เพราะมีความแข็งแรงและเงางามกว่า
ไหมพันธุ์จากต่างประเทศและสามารถนำมาผลิตเป็นผ้า
"
Cottazilk
"
ได้
แต่เนื่องจากคุณสมบัติของเส้นไหมไทยที่ยังมีข้อจำกัดในเรื่องการดูแลรักษา
ทางทีมวิจัยและพัฒนา
ของทางบริษัทธนูลักษณ์ฯได้ร่วมมือกับโรงงานผลิตเส้นด้ายฝ้ายของในเครือสหพัฒน์ฯคือ
บ.ไทยชิคิโบ
จำกัดจึงได้นำเส้นไหมไทยมาผสมผสานกับเส้นใยฝ้ายเพื่อลบข้อด้อยของผ้าไหมไทย
ซึ่งเส้นด้ายฝ้ายที่เรานำมาใช้นั้นมีคุณสมบัติพิเศษคือ
เป็นเส้นด้ายฝ้ายชนิดใยยาว
(
Combed
cotton
yarn
)
นัมเบอร์และขบวนการผลิตที่พิเศษ
คือ
มีความเรียบ
แข็งแรง
ขนด้ายน้อย
มีความมันเงาสูงกว่าเส้นด้าย
ฝ้ายอื่นๆทั่วไปจากนั้น
หลังจากที่เราได้เส้นไหมที่มีคุณภาพแล้วจึงนำมาตกแต่งเส้นไหมก่อน
ที่จะนำเส้นด้าย
Cottazilk
ไปทอเป็นผ้าผืนในขั้นตอนต่อไป
เทคนิคในการทอผ้า
"
Cottazilk
"
นั้นจะแตกต่างจากการทอผ้าcotton
ทั่วๆไปเพราะเส้นไหมที่เรา
ใช้เป็นเส้นไหมใยยาวที่เราเรียกว่า
filament
yarn
ซึ่งมีความลื่นสูงมาก
ถ้าคิดโครงสร้างผ้า
ไม่ดีพอ
ก็จะทำให้เกิดปัญหามากมาย
เช่นถ้าโครงสร้างบางไปก็จะทำให้ผ้าปริ
แต่ถ้าหนาไปจะทำ
ให้แข็งกระด้างการคิดโครงสร้างจึงมีความสำคัญมากเทคนิคในการผลิตผ้า
"
Cottazilk
"
และที่สำคัญมากไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันก็คือ
เรื่องของการ
ตกแต่งผ้าสำเร็จรูป
(
Finishing
fabric
)
เพราะบางขบวนการหรือบางเคมีในการผลิตเส้นใยทั้งสองชนิดนี้มีความแตกต่างกันและบาง
ตัวอาจทำลายคุณสมบัติเด่นของกันและกันได้
อีกประการหนึ่งที่ทางบริษัทธนูลักษณ์ฯ
ได้เน้นเป็นคุณสมบัติพิเศษของผ้า
"
Cottazilk
"
คือ
Easy
care
และ
Sanforize
ซึ่งกระบวนการ
ตกแต่งผ้าสำเร็จรูปนี้ได้ใช้โรงงานFinishing
ของในเครือสหพัฒน์ฯเช่นกันคือ
บ.เอส.เอส.ดี.ซีไทยเกอร์เท็กซ์
จำกัด
จนทำให้ได้ผ้าไหมไทยสายพันธุ์ใหม่
Cottazilk
ที่สวยงามอย่างไหมไทยแต่ดูแลรักษาง่ายอย่างผ้าเนื้อดีทั่วๆไป
คุณสมบัติพิเศษของ
Cottazilk
1.เงางามตามแบบฉบับแพรไหม
เพราะมีส่วนผสมจากเส้นใยไหมที่มีคุณสมบัติพิเศษ
คือเป็นพันธุ์ไหมไทยลูกผสมที่มีขนาดรังใหญ่
รังไหมสีเหลืองทอง
ให้ผลผลิตเส้นไหมสูง
ทำให้เป็นผ้าที่คงความหรูหราแบบผ้าไหมไทย
2.ดูแลรักษาง่าย
เพราะมีเส้นใยฝ้ายชนิดพิเศษทอผสมอยู่ด้วยรวมทั้งเทคนิคพิเศษในการ
Finishing
จึงทำให้การดูแลรักษาผ้าทำได้ง่ายเหมือนผ้าทั่วไป
3.สวมใส่ได้ทุกโอกาส
ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยง
งานสังสรรค์ใดๆ
คุณสามารถสวม
ใส่ได้ทุกวันทำให้การใส่ผ้าไหมไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับคุณอีกต่อไป
Cottazilk
is
a
Thai
developed
textile
innovation.
It
is
a
perfect
marriage
of
silk,
the
queen
of
fabrics
with
unmatched
glimmering
qualities,
and
cottonn
which
is
known
for
its
comfort
and
ease
of
care.
Special
qualities
1.
As
glimmer
as
silk
because
of
the
genuine
silk
filament
used.
This
is
crossbred
Thai
silk
with
large,
golden
silk
cocoons
and
high
silk
filament
volume,
ensuring
the
luxurious
look
of
traditional
Thai
silk.
2.
Ease
of
care.
The
special
cotton
yarn
and
the
unique
finishing
used
make
Cottazilk
as
easy
to
care
as
conventional
fabrics.
3.
Suitable
for
all
occasions.
You
can
wear
clothes
made
of
Cottazilk
to
functions,
parties
or
daily
as
needed.
There
is
no
special
occasion
required
as
with
traditional
silk.
|